head-prachapattanawit
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
วันที่ 31 กรกฎาคม 2021 12:30 AM
head-prachapattanawit
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ไอ้มดแดงของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์

ไอ้มดแดงของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์

อัพเดทวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020

ไอ้มดแดงของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์

ไอ้มดแดงของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์ หากจะพูดถึงทีวีซีรี่ส์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับฮีโร่ต่อสู้กับเหล่าร้ายของทางประเทศญี่ปุ่นแล้ว หนึ่งในนั้นคือซีรี่ส์ ‘คาเมนไรเดอร์’ ที่มีเนื้อเรื่องหลักคือมีคนธรรมดาแปลงร่างเป็นคาเมนไรเดอร์ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ซึ่งในปัจจุบันซีรี่ส์นี้มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีค.ศ.2000

ในไทยนั้นถูกเรียกติดปากกันว่า ‘ไอ้มดแดง’ จากลักษณะชุดที่คล้ายกับมดของคาเมนไรเดอร์หมายเลยหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วคาเมนไรเดอร์คนแรกของประวัติศาสตร์คนนี้มีต้นแบบมาจากตั๊กแตน
ประวัติศาสตร์เฮย์เซย์คาเมนไรเดอร์มีระยะเวลาถึง 19 ปี นับตั้งแต่ ปี ค.ศ.2000 ถึง ค.ศ.2018 ซึ่ง ‘เฮเซย์’เป็นหนึ่งในรูปแบบการแบ่งสมัยการปกครองของญี่ปุ่น คือ โชวะ เฮย์เซย์ และเรวะ
ซีรี่ย์คาเมนไรเดอร์จะออกมาใหม่ทุกๆปี บทความนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเรื่องราวและจุดเด่นสั้นๆ ของซีรี่ย์ไรเดอร์แต่ละเรื่องในช่วงปีค.ศ.2000-2009 ดังนี้

ไอ้มดแดงของยุคเฮย์เซย์ไรเดอร์

1.เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.2000 โดย ‘คาเมนไรเดอร์คูกะ’ ในโลกของคูกะนั้น มีเหล่า ‘กุรองกิ’ หรือตัวร้ายประจำเรื่องเป็นสิ่งมีชีวิต ที่ชื่นชอบการแข่งขัน พวกมันจะไม่ไล่ทำร้ายมนุษย์โดยไม่มีสาเหตุ ในแต่ละครั้งพวกกุรองกิจะตั้งกฎในการล่าเหยื่อของมัน อาทิเช่น เหยื่อต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น ต้องฆ่าโดยไม่มีเลือดไหล ซึ่งตัวเอกของเรื่อง ‘โกได ยูสุเกะ’ ได้ไปพบกับเข็มขัดโบราณจึงใช้มันในการต่อสู้กับกุรองกิ รูปร่างของคูกะ ในร่างพื้นฐานจะเป็นสีแดง มีต้นแบบมาจากตัวด้วงกว่าง ตาสีแดง มีเขาสีทอง

2.ต่อมาในปี ค.ศ.2001 เมื่อ ‘อันโนว(unknow)’ สิ่งมีชีวิตประหลาดออกไล่ล่าเฉพาะคนมีพลังพิเศษเท่านั้น ‘สึงามิ โชอิจิ’ หรือ ‘คาเมนไรเดอร์อากิโตะ’ แม้จะความจำเสื่อม จดจำอดีตของตัวเองไม่ได้ก็ยังยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องมนุษย์ ลักษณะของร่างแปลงยังคงใช้ด้วงกว่างเป็นต้นแบบ และมีความคล้ายคูกะ ตาเป็นสีแดงมีเขาสีทอง ส่วนเกราะตามร่างกายเป็นสีทองและขาว

3.ในปีค.ศ.2002 มีคอนเซปเรื่องว่า หากคาเมนไรเดอร์ไม่ได้ใช้ผดุงความยุติธรรม แต่เป็นเพียงพลังอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ใช้ได้
‘คาเมนไรเดอร์ริวคิ’ นำเสนอเรื่องราวของไรเดอร์ทั้ง 13 คน ที่ต้องเข้าร่วมเล่นเกมที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน มีเพียงผู้อยู่รอดคนเดียวเท่านั้นจะทำให้ความปรารถนาของตนเป็นจริง ตัวเอก ‘คิโดะ ชินจิ’ นักข่าวผู้มองโลกในแง่ดี เป็นชายธรรมดา ผู้ต้องมาอยู่ในเกมเอาชีวิตรอด
ต้นแบบของริวคิอ้างอิงจากอัศวิน โดยหน้ากากจะมีตะแกรงมาครอบไว้คล้ายชุดเกราะของอัศวิน อีกทั้งยังมีการใช้การ์ดเป็นจุดเด่นของเรื่องด้วย

4. ปีค.ศ.2003 ในโลกที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติ มีเหล่า ‘ออเฟนอกซ์’ สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์หนึ่งสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้แฝงตัวปะปนกับชาวโลก ด้วยความแตกต่างของเผ่าพันธุ์จึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ‘อินุอิ ทาคุมิ’ ผู้ได้รับเข็มขัดไรเดอร์ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำของสมาร์ทเบรน(smart brain) ใช้มันเพื่อแปลงร่างเป็น ‘คาเมนไรเดอร์ไฟซ์’ เพื่อยับยังเหล่าออเฟนอกซ์ และปกป้องมนุษย์
อันที่จริงแบบชุดของไฟซ์ได้มาจากสัญลักษร์โบราณ PHI Ф ประกอบกับหิ่งห้อยที่ทำให้ตาของไฟซ์นั้นมีขนาดใหญ่เป็นครึ่งวงกลม ผสมผสานกับความทันสมัย นอกจากดวงตาของไฟซ์จะสามารถเปร่งแสงได้แล้ว ตามร่างกายยังมีเส้นสีแดงส่องแสงในที่มืด เกิดความสวยงานอันเป็นเอกลักษณ์

5. ปีค.ศ.2004 องค์กร BOARD ได้ค้นพบอารยธรรมโบราณเล่าถึงสงครามของ ‘อันเดด(undead)’ ที่ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งในใต้หล้า เมื่อสงครามได้สิ้นสุดพวกมันถูกผนึกอยู่ในการ์ด แต่เกิดความผิดพลาดทำให้เหล่าอันเดด ถูกปลดปล่อยออกมา องค์กร BOARD จึงรับผิดชอบโดยการสร้าง ‘ไรเดอร์ซิสเตม(rider system)’มอบให้ ‘เคนซากิ คาสุมะ’ คนขององค์กรใช้แปลงร่างเป็น ‘คาเมนไรเดอร์เบลด’ ออกตามล่าผนึกเหล่าอันเดดทั้งหมดกลับมา
เบลดนั้นจะใช้สีน้ำเงินเป็นหลัก ใบหน้ามีต้นแบบมาจากไพ่โพธิ์แดง มีเขาเดียวดูคล้ายนอแรด เบลดมีอาวุธประจำตัวเป็นดาบ สามารถใช้พลังของอันเดดที่ถูกผนึกในการ์ดผสานกันเป็นท่าไม้ตายต่าง ๆได้

6. ปีค.ศ.2005 เมื่อคำว่าคาเมนไรเดอร์ถูกจำกัดความหมาย ใหม่ว่า เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างหนักจนถูกเรียกว่า ‘ยักษ์’ มีอาวุธเป็นเครื่องดนตรีในการต่อสู้กับ ‘มาคาโม่’ ปีศาจจากตำนานญี่ปุ่น
ตัวเอก ‘อาดาจิ อาสุมิ’ เด็กหนุ่มผู้สบสนในเส้นทางชีวิตของตน ได้เห็นการต่อสู้ของ ‘ฮิดากะ ฮิโทชิ’ ในฐานะ
‘คาเมนไรเดอร์ฮิบิกิ’ จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากเดินตามรอยของฮิบิกิ
ลักษณะของฮิบิกิจะมีความเป็นยักษ์ ทำให้รูปร่างแตกต่างจากภาพลักษณของไรเดอร์ ซึ่งฮิบิกิจะเป็นยักษ์สีม่วงมาพร้อมอาวุธที่เป็นไม้นวมหรือไม้ตีกลอง ท่าไม้ตายเป็นการตีปีศาจเสมือนตีกลองใหญ่จนระเบิดไป

7. ปีค.ศ.2006 สิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มาพร้อมกับอุกาบาต ได้ตกลงมายังโลก พวกมันคือ ‘เวิร์ม’ สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการเลียนแบบร่างกายมนุษย์และความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ องค์กร ZECT ได้สร้างไรเดอร์ซิสเตมเพื่อกำจัดพวกเวิร์ม ‘เทนโด โซจิ’ ผู้ใช้คาบูโตะเซคเตอร์ แปลงร่างเป็น ‘คาเมนไรเดอร์คาบูโตะ’ เพื่อต่อสู้กับพวกมัน
รูปลักษณ์ของด้วงกว่างสีแดงสุดเท่ พร้อมกับความสามารถชะลอเวลาเสมือนว่าคาบูโตะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วในมุมมองคนปกติ และคำคมมากมายจากคุณย่าของตัวเอกก็เป็นอีกจุดเด่นน่าสนใจของเรื่อง

8. ปีค.ศ.2007 ‘ฮานะ’ สาวสวยจากอนาคตเดินทางมาด้วยรถไฟกาลเวลาเด็นไลเนอร์เพื่อหาจุดเหนือกฎเกณฑ์และผู้ที่อยู่เหนือการเวลา ซึ่งก็คือ ‘โนงามิ เรียวทาโร่’ ให้ใช้พลังของ ‘คาเมนไรเดอร์เด็นโอ’ เพื่อต่อกรกับเหล่า ‘อิมาจิน(imagine)’ ผู้อยากทำลายอนาคต พร้อมกับ ‘โมโมทารอส อุราทารอส คินทารอส และริวทารอส’ อิมาจินฝ่ายพระเอก
ในร่างหลักโนงามิ เรียวทาโร่จะให้โมโมทารอสสิงร่างแล้วแปลงร่างเป็นคาเมนไรเดอร์เด็นโอ มีสีแดงเป็นหลักหน้าตาคล้ายลูกท้อที่ผ่าครึ่ง จากนั้นจะเปิดตัวด้วยประโยคที่ว่า “พระเอกมาแล้ว!’’

9. ปีค.ศ.2008 ‘คุเรไน วาตารุ’ ได้ออกไล่ล่า ‘แฟงไกอา’ สัตว์ประหลาดที่กลืนกินมนุษย์ โดยแปลงร่างเป็น ‘คาเมนไรเดอร์คิบะ’ ในเรื่องยังมีองค์กรฟ้าสีครามมีจุดประสงค์ไล่ล่าทั้งแฟงไกอาและคาเมนไรเดอร์คิบะ
คิบะมีต้นแบบมาจากค้างคาว ร่างกายสีแดง มี ‘คิเบท’มาสคอตประจำเรื่อง เป็นค้างคาวตัวน้อยอยู่ข้างๆวาตารุ และเป็นสิ่งที่ใช้แปลงร่างเป็นคาเมนไรเดอร์คิบะ

10. ปีค.ศ.2009 ‘คาเมนไรเดอร์ดีเคด’ แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่ก็ถูกเหล่าไรเดอร์ตีตราว่าจะมาทำลายโลกของเหล่าไรเดอร์ด้วยกัน ‘คาโดยะ สึคาสะ’ จึงได้ออกเดินทางไปยังโลกต่าง ๆ เพื่อตามหาอดีตและโลกของตนเอง

โดยภาพลักษณ์แล้ว ดีเคดมีต้นแบบมาจากบาร์โค้ดที่เราเห็นกันเป็นปกติ พร้อมด้วยโทนสีมาเจนต้า(โทนสีชมพู)อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังสามารถเปลี่ยนร่าง และใช้พลังของไรเดอร์คนอื่น ๆ ได้ แน่นอนว่าแข็งแกร่งมากทีเดียว

จบไปแล้วครับสำหรับเรื่องย่อของเฮย์เซย์ไรเดอร์ 10 เรื่องแรก ความสนุกของไรเดอร์ถ้าไม่ได้ลองดูเองคงยากที่จะอินไปกับมัน ส่วนจะดูเรื่องไหนก่อนนั้นไม่จำเป็นต้องเรียงตามภาค ให้เลือกจากหน้าตาไรเดอร์หรือนักแสดงที่เราชอบได้เลยครับ ขอให้สนุกนะครับ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์