head-prachapattanawit
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
วันที่ 31 กรกฎาคม 2021 12:03 AM
head-prachapattanawit
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้

ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้

อัพเดทวันที่ 5 พฤศจิกายน 2020

ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้

ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้

ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ “Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.” ( Mahatma Gandhi ) “ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป” ( มหาตมะ คานธี) คนเราทุกคนเกิดมา รู้ได้แต่วันเกิด ไม่มีใครรู้วันตาย มีคนจำนวนมากที่อยากรู้ว่าตนเองจะตายเมื่อไหร่ จึงไปตะเวนหาหมอดูเพื่อจะถามว่าตนเองจะตายเมื่อไหร่ อายุจะยืนไหม

จะตายยังไง ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ารู้คำตอบแล้วตนเองจะนำคำตอบที่ได้นั้นไปทำประโยชน์อะไรให้กับชีวิตตนเอง หรือผูอื่นอย่างไร? เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม หรือถ้ารู้ไปแล้ว จะทำชีวิตของตนให้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับเวลาที่เหลืออยู่ไหม? และแปลกไหม ที่ในขณะที่คนบางคนพยายามยื้อชีวิตของตน ในทุกๆวิถีทางด้วยความหวังที่มี ยอมเสียทั้งเงินทองเกือบทั้งหมดของชีวิต

เพื่อจะยื้อชีวิตให้อยู่รอด แต่ในขณะที่คนอีกคนอยากจะจบชีวิตง่ายๆไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ ด้วยการทำร้าย และทำลายชีวิตตนเอง โลกนี้ช่างสับสน ใน สิ่งเดียวๆกัน แต่มองแตกต่างกัน ชีวิตเหมือนกัน อีกคนเห็นคุณค่า และพยายามรักษา แต่อีกคนกลับไม่เห็นคุณค่า และต้องการทำลาย นี่เป็นสัจธรรม ที่ตอกย้ำว่า โลกนี้ทุกอย่างบนโลกนี้มี สองด้านเสมอ อย่างแม้กระทั่ง พระอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งทำหน้าที่สองแสงให้ความร้อนให้พลังงานแก่มนุษย์โลกในทุกๆวัน คนที่ต้องการแสงแดด เพราะต้องการตากผ้าให้แห้ง ก็ลิงโลดใจที่พระอาทิตย์สาดแสงแรงกล้าให้กับพวกเขา

ในขณะที่คนอีกกลุ่มที่ทำงานกลางแจ้ง ก็เฝ้าด่าว่าพระอาทิตย์ที่ส่องแสง ทำให้อากาศร้อน แต่อย่างไรก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติบนโลกใบนี้ได้ พระอาทิตย์ยังคงส่องแสงกระจายความร้อนในทุกๆเช้า แม้จะถูกมนุษย์ด่าว่า มากกว่าความชื่นชมก็ตาม คุณเคยคิดไหมว่าเหตุผลที่คนบางคนไม่รักชีวิต ก็เพราะเขาไม่รู้จักคุณค่าของชีวิต เพราะเขาไม่เคยมีความสุขในชีวิต อีกทั้งไม่รู้จักการหาความสุขที่แท้จริงของชีวิต ไม่รู้วิธีทางความสุขจากข้างใน มัวแต่วิ่งหาความสุขจากภายนอก เขาจึงพบความสุขชั่วครั้งชั่วคราวและต้องเหนื่อยกับการไขว่คว้าหาความสุขไม่มีวันจบสิ้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร ?

ซึ่งถ้าหากพูดกันตามหลักของศาสนาแล้ว ชีวิตทุกชีวิตเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม ใครทำกรรมดีไว้เยอะ ชีวิตที่เกิดมาก็มีแต่เรื่องดี มีความสุขสบาย ใครที่ทำกรรมชั่วไว้ เกิดมาก็มีแต่พบกับความยากลำบาก ความโชคร้าย และเมื่อใดที่ตายไปก็เท่ากับการหมดสิ้นกรรมเวรที่ต้องชดใช้แล้วในชาตินี้ และก็ต้องไปรับกรรมดี หรือกรรมชั่วที่สร้างขึ้นใหม่ในชาติถัดไป เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ถ้ายังไม่ถึงที่ตาย ไม่มีทางตาย ดังนั้นจึงควรกลับมาคิดกันเสียทีว่า เราควรจะใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้คุ้มค่าอย่างไร “ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”

จึงเป็นคำกล่าวที่เป็นอมตะวาจาของท่าน มหาตมะ คานธี เป็นอมตะวาจา ที่ช่วยเตือนสติ และเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคนบนโลกจำนวนมาก เพราะมนุษย์ถูกสร้างให้มีกระบวนการกลั่นกรองให้เกิดความคิดจากสมอง คำว่า คิดได้ ถ้าได้คิด จึงเกิดขึ้นในผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ฝึกฝน และใฝ่พัฒนาชีวิต” ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ ประโยคแรกของท่านมหาตมะ คานธี เป็นการเตือนสติให้มนุษย์ทุกคน ได้ลองตั้งคำถามกับตนเอง และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า ถ้าพรุ่งนี้จะตาย คุณจะใช้ชีวิตที่เหลือเพียงวันนี้อย่างไร ? มนุษย์เราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตแบบไร้เป้าหมาย เพราะคิดเสมอว่าไม่เป็นไรยังมีเวลา มนุษย์มีความฝันมากมายที่อยากจะทำ

แต่มักไม่ค่อยลงมือทำ เพราะคิดว่า เดี้ยวค่อยทำ ซึ่งไอ้คำว่า เดี้ยวค่อยทำนี่แหละ ที่มันแบ่งแยกกลุ่มคนที่มีความสำเร็จ กับกลุ่มคนที่ล้มเหลวในชีวิตไดอย่างชัดเจน บางคนมีความกลัวที่จะทำ ส่วนใหญ่คิดแต่ไม่ลงมือทำ จึงมีหลายอย่างที่ไม่ได้ทำ จนถึงวาระสุดท้ายที่ไม่สามารถจะทำได้ ดังนั้นนั้น เราจึงมักได้รับรู้เรื่องราวจากคนที่มีชื่อเสียงหลายคน ทีถ่ายทอดเรื่องราวที่ตนเองไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะคิดได้เมื่อสายเกินไปแล้ว การถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้มักถูกถ่ายทอดมาในรูปแบบต่างๆในขณะที่ผู้ถ่ายทอดอยู่ในนสภาวะเจ็บป่วยอย่างรุนรง

หรือมีชีวิตอยู่ในช่วงสุดท้ายท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานจากโรคภัยใกล้เจ็บ และอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวแง่คิดในการใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังประโยคที่ว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” คือไม่ถึงวาระสุดท้าย ยั งสำนึกในสิ่งที่ควรทำไม่ได้นั่นเอง ในขณะที่บางคนก็ทุ่มเมมุ่งมั่นเอาแต่ทำงานสร้างสมบัตินอกกาย ใช้เวลาทำงานจนลืมสร้างความสมดุลในชีวิต และลืมให้ความสำคัญในการใช้ชีวิต กับสิ่งสำคัญ เช่นลืม ดูแล ลืมใช้เวลากับครอบครัว กับคนที่ตนรักจนถึงวาระสุดท้ายก็ไม่โอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่ตนต้องการ มนุษย์เรามัก ไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่มี จนลืมรักษาสิ่งที่มีอยู่ สุดท้ายก็คือ สูญเสียทุกอย่างไม่เหลืออะไรเลย

…ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายในวันพรุ่งนี้… จึงเป็นประโยคเตือนสติมนุษย์ให้ได้คิดทบทวนว่า หากคุณต้องตายในวันพรุ่งนี้ วันนี้มีอะไรบ้างที่คุณอยากจะทำ หรือต้องทำให้หมด เป็นประโยคนัยที่ทำให้คุณต้องเร่งกลับมาทบทวนเป้าหมายของชีวิต ทบทวนความต้องการในชีวิตของตัวคุณเองว่า คุณจะต้องทำอะไรบ้างในชีวิตที่เหลืออยู่แค่วันเดียว นั่นคือการลงมือทำในสิ่งที่คุณต้องการในทันที! เดี้ยวนี้! โดยไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งสอดคล้องกับหลักคำสอนทางศาสนาที่ว่า “ พรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง มีแต่วันนี้เท่านั้น” ดังนั้นจงใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายในวันพรุ่งนี้ ..จงลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ เหมือนว่าคุณไม่เหลือเวลาอีกแล้ว

ส่วนประโยคหลังที่ท่านมหาตมะ คานธี ได้กล่าวไว้ว่า …เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป…ก็เป็นอีกหนึ่งอมตะวาจา ที่เตือนให้มนุษย์ได้สร้งคุณค่าให้กับตัวเอง ด้วยการฝึกที่จะเรียนรู้ ไม่หยุดที่พัฒนาตนเองให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น ให้รู้สึกเปรียบเสมือนว่า คุณไม่มีวันตายไปจากโลกใบนี้ รู้ว่าสิ่งใดที่จำเป็น สิ่งใดไม่จำเป็น นัยของประโยคนี้เตือนให้เราเลิกเบื่อหน่าย ไม่ทำตนเองดูไร้ค่า ไม่รังเกียจที่จะสั่งสมประสบการณ์ ที่ย่อมมีทั้งความทุกข์ความสุข แต่จงก้มหัวคารวะและกล่าวขอบคุณเรื่องราวทั้งความทุกข์และความสุขของชีวิต ประดุจครูบาอาจารย์

ที่ทำให้คุณแข็งแกร่ง ทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับปัจจุบันที่มีอยู่ และอยู่ให้ได้กับมันอย่างมีความปกติ เพราะความปกติ คือความสุขที่แท้จริง แต่มนุษย์เราส่วนใหญ่ชอบวิ่งหาความไม่ปกติ เช่น อาทิ การนอกใจคู่สมรส การดื่มแอลกอฮอล์ จนขาดสติ การพึ่งพายาเสพติด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องไม่ปกติ นำมาซึ่งความสุขเป็นครั้งคราว แต่นำความทุกข์ถาวรมาให้ “ใช้ชีวิตราวกับว่าคุณจะตายพรุ่งนี้ เรียนรู้ราวกับว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”

จึงเป็นประโยคที่เป็นมรดกล้ำค่า ของท่านมหาตมะ คานธี ที่ได้ทิ้งไว้ เพื่อดึงสติมนุษยชาติ ให้ได้รู้จักใช้ชีวิตให้เป็น และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า แล้วคุณล่ะคะ ถ้าจะต้องตายในวันพรุ่งนี้ คุณอยากจะทำอะไรบ้างในเวลาที่เหลืออยู่??? หวังว่า วิถีชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีค่ะ

.

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์