head-prachapattanawit
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
วันที่ 31 กรกฎาคม 2021 12:21 AM
head-prachapattanawit
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
หน้าหลัก » นานาสาระ » เรียนรู้เรื่องปลาทะเล ปลาน้ำจืดกับคุณอา

เรียนรู้เรื่องปลาทะเล ปลาน้ำจืดกับคุณอา

อัพเดทวันที่ 8 ธันวาคม 2020

เรียนรู้เรื่องปลาทะเล ปลาน้ำจืดกับคุณอา

เรียนรู้เรื่องปลาทะเล
เรียนรู้เรื่องปลาทะเล วันนี้เพื่อนของคุณพ่อที่เป็นนักโภชนาการเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาประชุมในจังหวัดที่ฉันอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับปลาน้ำจืดมากมายหลายพันธุ์ ช่วงเย็นคุณพ่อคุณแม่รับเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารมื้อเย็นให้กับคุณอาอิฐที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของจังหวัด ที่ใครไม่ได้มาจะถือว่าพลาด เราสามคนพ่อแม่ลูกไปรับคุณอาอิฐจากโรงแรมที่พักมายังร้านอาหาร คุณอาอิฐทักทายหลังจากที่ฉันไหว้ทักทายว่า “สวัสดีภูมิ อาไม่ได้เจอหนูหลายปีแล้วนะ โตจะเป็นหนุ่มแล้วสิ” พร้อมกับลูบศีรษะฉันเบาๆ “โตแล้วแถมอยากรู้อยากเห็นเรื่องโน่นนี่นั่นไปซะหมด” คุณแม่กล่าวเสริม คุณอาอิฐหัวเราะชอบใจ พร้อมกับบอกว่า “วันนี้เตรียมคำถามอะไรมาถามอาบ้างล่ะ อยากรู้อะไรถามมาเลยนะจะได้หายสงสัย”

เมื่อเดินทางมาถึงร้านอาหาร พนักงานพาพวกเราไปนั่งยังโต๊ะที่จองไว้ คุณพ่อบอกว่า “ร้านนี้เค้าขึ้นชื่อเมนูปลาน้ำจืด เราก็เลยสั่งมาให้นายได้ทานนะอิฐ เพราะคิดว่าอยู่กรุงเทพฯ คงหาโอกาสทานไม่ได้บ่อยๆ” คุณอาอิฐตอบว่า “ใช่แล้วละโด่ง อยู่แถวกรุงเทพฯ คนส่วนใหญ่ก็สั่งปลาทะเลกัน เพราะเค้าคิดว่าปลาทะเลดีกว่าปลาน้ำจืด” ฉันเลยถามว่า “ทำไมเค้าถึงคิดแบบนั้นครับ” “ก็เค้ามองที่คุณค่าของกรดไขมันที่มีอยู่ในตัวปลาทะเลนะสิ ปลาทะเลนี่มีกรดไขมันชนิดโอเมก้าสามมากกว่าปลาน้ำจืดอยู่แล้ว แต่ถามว่าถูกทั้งหมดไหม ก็ไม่ใช่หรอกนะ การทานปลานี่เราควรมุ่งความสำคัญไปที่สารอาหารพวกโปรตีนมากกว่าไขมันนะ ซึ่งคุณภาพของโปรตีนในปลาทะเลกับปลาน้ำจืดมันไม่ต่างกันนักหรอก” คุณอาอิฐตอบฉัน

ระหว่างการพูดคุยกันนั้น พนักงานก็ทยอยเสิร์ฟอาหารที่สั่งไป ประกอบด้วยผัดพริกปลาหมอ ปลาเค้าทอดกระเทียม ทอดมันปลากราย ปลาม้านึ่งซีอิ๊ว และต้มยำปลาคัง ฉันถามคุณอาต่อไปว่า “ทำไมเราต้องเน้นที่โปรตีนละครับ” ซึ่งคุณอาอิฐได้บอกว่า “ร่างกายของคนเราใช้โปรตีนในการสร้างกล้ามเนื้อ ผิวหนัง รวมถึงภูมิคุ้มกันที่เราใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ยังไงล่ะภูมิ อีกอย่างนะ ร่างกายของเราไม่สามารถสะสมโปรตีนเอาไว้ได้ หากร่างกายเราขาดโปรตีน ร่างกายก็จะไปดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อที่อยู่แขนขาและส่วนต่างๆ คนขาดอาหารอาหารจึงเหมือนที่เค้าบอกว่า เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแบบนั้นเลย” ฉันเลยบอกคุณอาว่า “ถ้าอย่างนั้นภูมิต้องทานปลาเยอะๆ แล้วล่ะครับ” คุณแม่เลยชวนทุกคนรับประทานอาหาร หลังจากได้อาหารครบทุกรายการแล้ว

ระหว่างรับประทานคุณพ่อคุณแม่ก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบคุณอาอิฐ ส่วนตัวฉันก็ตั้งหน้าตั้งตารับประทานทอดมันปลากรายของโปรด พร้อมกับนึกถึงที่คุณครูเคยสอนเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่ โดยเฉพาะหมู่ที่เป็นน้ำนม เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว คุณครูบอกว่า การรับประทานไข่และนมจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีน อีกทั้เป็นแหล่งโปรตีนที่หาได้ง่าย ส่วนเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีก็คือ เนื้อปลา เพราะมีไขมันประกอบอยู่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อไก่และเนื้อสัตว์บกทุกชนิด หากให้เปรียบเทียบระหว่างเนื้อปลาทะเลกับเนื้อปลาน้ำจืดล่ะ แบบไหนจะมีโปรตีนดีกว่า ฉันนึกสงสัย ก็เลยถามคุณอาอิฐ ก็ได้รับคำตอบว่า “คุณค่าของโปรตีนในปลาทะเลกับปลาน้ำจืดไม่ได้แตกต่างกันมากหรอกภูมิ และที่น่าสนใจอีกอย่างนะ เวลาเราทานเนื้อปลาแล้ว ร่างกายยังได้รับวิตามินและเกลือแร่อีกหลายชนิดด้วยนะ”

“อิฐคะ นุชก็สงสัยอยู่เหมือนกันนะ หลายปีมานี่คนชอบพูดกันแต่กรดไขมันโอเมก้าสามในปลาทะเล เค้าบอกว่ามันสำคัญต่อร่างกายเรามากเลยนะ ทั้งช่วยลดความดันเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แล้วยังไปลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย สรุปแล้วเจ้ากรดไขมันนี่สำคัญกว่าสารอาหารตัวอื่นเลยหรือคะ” คุณแม่ถามขึ้นด้วยความสงสัย คุณอาอิฐตอบว่า “เป็นความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่นะครับ นุช เจ้ากรดไขมันโอเมก้าสามนี่ก็จัดเป็นสารอาหารหนึ่งในอีกว่าสามสิบชนิดเท่านั้นเอง ที่ร่างกายต้องการ ไม่ได้สำคัญเหนือกว่าสารอาหารอื่นหรอกครับ เพราะร่างกายคนเราได้กรดไขมันโอเมก้าสามเพียวอย่างเดียว

ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นะ” จากนั้นคุณอาอิฐก็อธิบายเกี่ยวกับกรดไขมันโอเมก้าสามให้ฟัง สภาพแวดล้อมตามธรรมชาตินั้น ทั้งเนื้อสัตว์และเนื้อเยื่อพืชสามารถพบกรดไขมันโอเมก้าสามได้ เพียงแต่ว่าจะมีอยู่น้อยในพืชที่มนุษย์ปลูกตามระบบเกษตรกรรมหรือสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงตามปศุสัตว์ “เค้ามีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างไก่ที่เลี้ยงในระบบปิดคือ อยู่ในกรงแล้วให้อาหารตามเวลาที่กำหนด กับไก่ที่เลี้ยงในระบบเปิดคือ ปล่อยอยู่ในสนามกว้าง มีอิสระที่จะเดินไปมาได้ แล้วเค้านำไก่จากทั้งสองระบบมาวัดหาปริมาณกรดไขมันโอเมก้าสาม ก็พบว่าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยตามสนาม ในเนื้อเยื่อจะมีกรดไขมันโอเมก้าสามสูงกว่า

ที่เป็นแบบนี้เพราะไก่เลี้ยงแบบปล่อย เค้าสามารถหาอาหารตามธรรมชาติกินได้ อย่างแมลงที่อยู่ในสนามก็มีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง พอไปทดลองกับวัว กับแกะ ก็ให้ผลเหมือนกับการทดลองในไก่ รวมถึงปลาด้วยนะ ปลาที่มนุษย์เพาะเลี้ยงโดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่เลี้ยงในกระชังก็จะมีกรดไขมันโอเมก้าสามต่ำ” “คุณอาอิฐครับ แล้วปลาที่เราทานกันนี้จะมีกรดไขมันโอเมก้าสามสูงไหมครับ” ฉันถามขึ้น คุณอาอิฐย้อนถามฉันว่า “ตอนภูมิเดินผ่านเข้ามาที่หน้าร้าน เห็นป้ายเค้าเขียนว่า ปลาแม่น้ำ ไหม” “เห็นครับ” คุณอาอิฐเลยบอกว่า

“ถ้าปลาที่เราทานเป็นปลาที่จับมาจากแม่น้ำ มันก็จะมีกรดไขมันโอเมก้าสามสูงกว่าปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชัง เพราะเวลาอยู่ในกระชัง ปลาจะได้รับอาหารตามที่คนเลี้ยงเค้าให้ แถมยังไม่ได้ว่ายไปมามากนัก กรดไขมันโอเมก้าสามของปลาน้ำจืดเลี้ยงในกระชังจึงมีไม่มาก เค้ามีผลการทดลองกับปลาแซลมอนด้วยนะ ภูมิรู้จักปลาแซลมอนหรือเปล่า” ฉันตอบไปว่า “รู้จักครับ ภูมิเคยทานสเต๊กปลาแซลมอนด้วยล่ะ คุณพ่อพาไปทานที่ร้านสเต๊กมาครับ” คุณอาอิฐจึงพูดต่อไปว่า “ในต่างประเทศบางที่เค้าจะเลี้ยงปลาแซลมอนไว้ในกระชังติดทะเล แต่พอเอามาหาปริมาณกรดไขมันโอเมก้าสามก็ปรากฎว่ามีค่าน้อยพอๆ

กับปลาน้ำจืดเลยนะ แต่ถ้าเป็นปลาทะเลที่เค้าไปจับมาการท้องทะเลจริงๆ อย่างปลาเก๋า ปลากระพง ปลาทู ปลารัง ปลาสำลี ปลาทูน่า พวกนี้จะมีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง ให้ภูมิเดาซิว่าทำไมถึงสูง” ฉันตอบไปว่า “เพราะว่ามันกินแพลงตอนหรือเปล่าครับ คุณครูเคยบอกว่าปลาที่อยู่ในทะเลจะกินแพลงตอนเป็นอาหาร” “ใช้แล้วละ ทั้งการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเลนี่เองที่ช่วยให้ปลาทะเลมีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง” คุณอาอิฐเฉลย คุณพ่อซึ่งนั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยปากถามว่า “ถ้าฟังจากที่นายพูดนี่ มันไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำจืดใช่ไหม ที่ทำให้มีกรดไขมันโอเมก้าสามปริมาณไม่เท่ากัน

” คุณอาอิฐบอกว่า “ก็ประมาณนั้นแหล่ะ การที่ปลามันได้กินอาหารตามธรรมชาติที่หลากหลาย แล้วยังว่ายไปมาได้อย่างอิสระเสรี ปลาก็จะสะสมกรดไขมันโอเมก้าสามได้ในปริมาณที่สูง” หลังรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนก็เดินไปยังรถยนต์เพื่อเดินทางกลับ คุณอาอิฐบอกว่า “อาหารจานปลาร้านนี้อร่อยมากเลย ต้องแนะนำให้คนที่ทำงานที่เค้ามาประชุมที่นี่มาทานบ้างแล้วล่ะ ขอบคุณโด่งกับนุชมากนะที่พามาทานอาหารอร่อยๆ แบบนี้” คุณแม่บอกคุณอาอิฐว่า “ไม่รู้ว่าภูมิรบกวนอิฐมากไปหรือเปล่านั้น เห็นซักถามมากมายจริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่เรารู้ ก็สามารถตอบได้ ไม่ได้คิดว่าเป็นการรบกวนอะไรหรอก ภูมิจะได้มีความรู้รอบตัวมากขึ้นด้วยนะ จริงหรือเปล่าภูมิ” คุณอาอิฐถาม ฉันยกมือไหว้พร้อมกับบอกว่า “ขอบคุณคุณอามากนะครับ ที่สอนให้ภูมิรู้เรื่องเกี่ยวกับปลามากขึ้น วันหลังคุณครูถามอะไร ภูมิจะได้ตอบได้ครับ” เรื่องปลาเหล่านี้เป็นเรื่องใหม่มากสำหรับฉัน แต่ความรู้ที่คุณอามอบให้ก็ทำให้ฉันมีเรื่องไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังอีกแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์