head-prachapattanawit
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
วันที่ 31 กรกฎาคม 2021 12:39 AM
head-prachapattanawit
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
หน้าหลัก » นานาสาระ » ผลไม้ ดีต่อสุขภาพแต่อาจส่งผลเสียเมื่อกินมากเกินไป

ผลไม้ ดีต่อสุขภาพแต่อาจส่งผลเสียเมื่อกินมากเกินไป

อัพเดทวันที่ 2 กรกฎาคม 2021

ผลไม้ หลายคนรู้ดีว่าการรับประทานผัก และผลไม้ให้มากขึ้น นั้นดีต่อร่างกาย หากไม่กินผลไม้จะทำให้แร่ธาตุ และไฟเบอร์ในร่างกายไม่เพียงพอ และทำให้ท้องผูก ถ้าคิดว่ากินผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะดีขึ้น ถือว่าผิดมาก อันที่จริง ผลไม้บางชนิดควรบริโภค ในปริมาณที่พอเหมาะ การบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณ ให้บรรณาธิการพาคุณไปทำความเข้าใจ ว่าผลไม้อะไรจะส่งผลเสีย ถ้าคุณกินมากเกินไป

ผลไม้

ผลไม้แรกคือลิ้นจี่ ว่ากันว่าการกินผลไม้นั้นดีต่อร่างกาย แต่การกินมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียได้ การบริโภคลิ้นจี่มากเกินไปเป็นหนึ่งในนั้น หากคุณกินลิ้นจี่มากเกินไปในคราวเดียว คุณจะบริโภคฟรุกโตสมากเกินไป ซึ่งจะลดระดับน้ำตาล ในเลือดของคุณ และทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อย่าคิดว่าอาการนี้ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากกินลิ้นจี่มากขึ้น จะทำให้เป็นโรคลิ้นจี่ได้

โรคลิ้นจี่เป็นโรคที่เกิดจากโพลีฟาเกีย เป็นโรคเฉียบพลันที่เกิดจากน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งมักเกิดขึ้นในตอนเช้า อาการต่างๆได้แก่ แขนขาเย็น เหงื่อออก ปวดท้อง เหนื่อยล้า และอาการอื่นๆ ในระยะแรก ต่อมาจะมีอาการชักและหมดสติ ในเวลานี้ คุณต้องไปพบแพทย์ทันที มิฉะนั้นคุณจะเสียชีวิต ภายในไม่กี่ชั่วโมง เด็กควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

อย่าให้กินลิ้นจี่มากเกินไป เพียงในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ จะผู้ใหญ่หรือเด็ก ก็ควรกินลิ้นจี่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ใช่เพราะชอบ จะทำให้ร่างกาย มีภาระหนักขึ้นบ้าง และถึงกับต้องพักรักษาตัว ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย นี่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ

เป็นที่ทราบกันดีว่าแตงโมเป็นสิ่งที่ดี ในการบรรเทาความร้อน แต่ก็ไม่ง่ายที่จะกินมากขึ้น เวลากินแตงโมจะพบว่าเนื้อแตงโมหวานฉ่ำ ซึ่งหมายความว่ามีน้ำตาลมากด้วย ยิ่งกินยิ่งกินน้ำตาล ในเวลานี้ น้ำตาลส่วนเกินจะสะสมในร่างกาย และค่อยๆเปลี่ยนเป็นไขมันในร่างกาย ซึ่งจะทำให้ของเหลวในร่างกาย กลายเป็นสภาวะที่เป็นกรด และส่งผลต่อสุขภาพของผู้คน

นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการรับประทานอาหาร ที่สมดุลของผู้คน เพราะจะลดการบริโภคแร่ธาตุ และโปรตีนของคุณ และทำให้เกิดความผิดปกติทางโภชนาการ เนื่องจากการสะสมของน้ำตาล แตงโมจึงสามารถทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ อย่าคิดว่าการกินของหวานมากเกินไป จะนำไปสู่โรคเบาหวานได้ การกินผลไม้มากขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณ เป็นโรคเรื้อรังได้เช่นกัน

นอกจากแตงโมแล้วฮอว์ธอร์น ไม่เหมาะกับการกินมาก ฮอว์ธอร์นมีวิตามินซี และกรด ผลไม้ จำนวนมาก ดังนั้นการบริโภคที่มากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อตับของผู้คน ฮอว์ธอร์นยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำลายตับ หากคุณมีม้ามและกระเพาะอาหารที่อ่อนแอ หรือผู้ที่บริโภคโสมเพื่อเติมพลังให้กับตับ ไม่แนะนำให้กินฮอว์ธอร์นมากเกินไป

ดังนั้นแม้ว่าคุณจะกินโสมมากขึ้นก็จะไร้ประโยชน์ นอกจากนี้ไม่ควรรับประทานฮอว์ธอร์นมากเกินไป ในช่วงที่มีการเปลี่ยนฟัน มันจะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของฟัน และจะทำให้เบื่ออาหาร ทุกคนมีโอกาสเปลี่ยนฟันเพียงครั้งเดียว เพราะการรับประทานฮอว์ธอร์นมากเกินไปจนส่งผลเสียต่อฟันหรือไม่

ในกล้วยจะพบว่ามีแร่ธาตุมากมาย เช่นแมกนีเซียม และโพแทสเซียม แม้ว่าแร่ธาตุเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ ต่อร่างกายมนุษย์อย่างมาก หากรับประทานมากเกินไป ในช่วงเวลาสั้นๆ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความไม่สมดุล ในสัดส่วนของแมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม และโซเดียมในร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ หากคุณกินกล้วยมากเกินไป

การหลั่งกรดในกระเพาะจะลดลง และการทำงาน ของระบบทางเดินอาหารอาจผิดปกติ และอาจถึงขั้นทำให้คุณอารมณ์แปรปรวนได้ หากอารมณ์แปรปรวนสูงเป็นพิเศษ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ คุณกินกล้วยมากเกินไป แม้ว่าคุณจะรู้ว่ากล้วย สามารถช่วยคุณแก้ปัญหาท้องผูก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การกินมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่า มันจะช่วยให้ร่างกายของคุณ อยู่ในสภาพที่สบายท้อง แต่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น

สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการจะพูดถึงคือแอปเปิ้ล มีน้ำตาลและโพแทสเซียมเ ป็นจำนวนมาก และทุกๆ 100 กรัมของแอปเปิ้ล มีโพแทสเซียม 100 มก. แต่มีโซเดียมเพียง 14 มก. เท่านั้น ทำให้เกิดความแตกต่าง อย่างมากในอัตราส่วน การรับประทานมากเกินไป ส่งผลต่อหัวใจและสุขภาพของไต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคไตอักเสบ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และภาวะอื่นๆ จะเพิ่มภาระให้กับไตและหัวใจอย่างมาก

อ่านต่อได้ที่ >>> ทวารหนัก กับการติดเชื้อของผิวรอบทวาร

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์
โรงเรียนประชาพัฒนาวิทย์